Wednesday เวนส์เดย์ (2022)

ตัวอย่างหนัง

เรื่องราวของ Wednesday เวนส์เดย์ (2022)

หลายๆคนน่าจะได้ดูกันแล้วกับเรื่องของเวนส์เดย์ เวนส์เดย์ บุตรสาวผู้มืดหมองหน้าเฉยในครอบครัวแอดดัมส์สุดแปลก ถึงวัยต้านทานบิดามารดาและก็ถูกส่งเข้าสถานที่เรียนรวมกลุ่มแปลกที่คุณพ่อคุณแม่เคยเป็นนิสิตเก่า แล้วก็คุณก็จำต้องจัดการมากยิ่งกว่าปัญหาวัยรุ่นทั่วๆไปที่ปวดศีรษะกับเรื่องความเกี่ยวเนื่องและก็ชายหนุ่มหล่อเยอะมาก เพราะว่าเวนส์เดย์จำต้องไปเกี่ยวพันกับความลับรวมทั้งการฆาตกรรมในบริเวณชุมชนโบราณนี้ด้วย
‘The Addams Family’ อาจจะเริ่มด้วยการเป็นการ์ตูนแก๊กในปี 1938 โดยใช้แรงผลักดันจากชีวิตของการการมีคู่ครองที่ไม่สู้ดีนักของคนเขียน ชาร์ลส์ แอดดัมส์ (Charles Addams) มาตีความหมายอย่างขบขันร้าย เต็มไปด้วยนักแสดงสุดหลอนที่เสมือนหลุดมาจากวันฮาโลวีนแล้วก็มองไม่เข้ากันสักมากแค่ไหนกับโลกด้านนอกแม้กระนั้นก็มารวมกันเป็นครอบครัวได้ ไม่เหมือนกันนี้แปลงเป็นเสน่ห์ที่เชื้อเชิญติดตามยิ่งเมื่อรวมกับขบขันแบบคนแก่ที่เอาการมองโลกแง่ร้ายมาเป็นความตลกขบขันได้

Wednesday เวนส์เดย์ (2022)


ที่น่าดึงดูดเป็นออกแบบแบบโกธิกสุดแปลกของนักแสดงต่างๆที่ผสมปนเปอยู่กับสังคมธรรมดา มันช่างเป็นโลกแฟนตาซีที่ผิดตา ถึงจะไม่สนใจก็จำเป็นต้องหยุดมองอยู่ดี ไม่ฉงนใจว่างานวิชวลที่เด่นขนาดนี้เมื่อเอามาทำเป็นหนังหรือซีรีส์ย่อมจะน่าดึงดูดเอามากๆ
และก็ฉบับปัจจุบันของเน็ตฟลิกซ์ที่เลือกเอาผู้กำกับรุ่นใหญ่อย่าง ทิม เบอร์ตัน (Tim Burton) ซึ่งเคยส่งผลงานวิสัยทัศน์แฟนตาซีในแบบมืดหม่นหมองมานักต่อนัก ดังเช่นว่า ‘Sleepy Hollow’ (1999) ‘Corpse Bride’ (2005) หรือ ‘Frankenweenie’ (2012) ที่จัดว่าถูกฝาถูกตัวมากมายๆมากมายจนถึงน่าฉงนไม่น้อยที่แฟรนไชส์แอดดัมส์ไม่เคยมาอยู่ในมือเขาเลยได้ยังไงมาตั้งหลายสิบปี
สำหรับ ‘Wednesday’ จำต้องสารภาพว่าผู้อำนวยการผลิตของซีรีส์ที่ควบตำแหน่งเขียนบทอย่างคู่ซี้ อัลเฟรด กอจห์ (Alfred Gough) รวมทั้ง ไมล์ส ไม่ลลาร์ (Miles Millar) ซึ่งเคยวางหนทางรายละเอียดใน ‘Spider-Man 2’ (2004) ฉบับของ แซม เรมี (Sam Raimi) ที่นับว่าเป็นหนังซูเปอร์ฮีโรภาคต่อที่น่าจำที่สุดเรื่องหนึ่ง
ทั้งสองสามารถหาหนทางให้ครอบครัวแอดดัมส์โลดแล่นในสมัยใหม่ได้น่าดึงดูดสุดๆด้วยการจับละครบุตรสาววัยรุ่นอย่าง เวนส์เดย์ ที่กำลังค้นหาตนเองรวมทั้งไม่ยอมรับคนรอบข้างจนกระทั่งมองแปลกไม่มีเพื่อนพ้อง มาเข้าชั้นเรียนในสถานศึกษารวมเด็กที่นอกคอกแตกต่าง และก็ที่สำคัญนานัปการเชื้อสายมีตั้งแต่ว่าแวมไพร์ มนุษย์สุนัขป่า ไซเรน แล้วก็อมนุษย์อีกมากมาย เพียงแค่พลอตที่แต่งใหม่นี้ก็ถือว่าน่าติดตามไม่น้อยรวมทั้งคงจะเปิดพื้นที่จินตนาการให้ทิม บอร์ตันแสดงความสามารถได้เต็มกำลังด้วย แตกต่างจากขณะที่เอ็งจำต้องทำแฟนตาซีสถานศึกษาชาวเหนือมนุษย์ใน ‘Miss Peregrine’s Home for Peculiar Children’ (2016) ที่อย่างไรก็ติดกรอบของรายละเอียดในหนังสืออยู่

Wednesday เวนส์เดย์ (2022)

ด้วยความใกล้เคียงของพลอตที่เกิดเรื่องราวเด็กที่มีพลังพิเศษแล้วก็มีปัญหาต่างๆก็ชักชวนให้นึกถึงหนังในประเภทเดียวกันอย่างแฟรนไชส์ ‘Twilight’ หรือหนัง ‘The New Mutants’ (2020) แต่ว่าด้วยรสที่มองสำราญใจกว่าซีเรียสน้อยกว่า ขำขันร้ายมากกว่า รวมทั้งส่วนประกอบหลายชนิดที่ละม้ายอย่างเช่นอาจารย์ที่ลึกลับ ปัญหาเรื่องเล่าในสถานที่เรียน แม้กระทั้งการแข่งขันชิงชัยชิงธงรายปีที่เรียกว่า โพคัพ ของเชื้อสายต่างๆก็เชื้อเชิญให้คิดถึงตอนได้มองแฟรนไชส์ ‘Harry Potter’ ที่มีเงื่อนปัญหาจำนวนมาก โลกและก็นักแสดงแปลกใหม่น่าเร้าใจไม่ได้มีความแตกต่างกัน ต่างเพียงแค่มันเป็นแบบโกธิกดาร์กแฟนตาซีสไตล์ ทิม เบอร์ตัน และก็ลักษณะท่าทางผู้แสดงนำที่ไม่คุ้นเคย แม้กระนั้นความรู้สึกตาแวววาวและก็อิ่มเอมกับความคิดเห็นใหม่นั้นแทบจะไม่มีความต่างกัน
ซีรีส์เล่าการก้าวพ้นวัยของเด็กนอกคอกเด็กแปลกได้อย่างน่าดึงดูด ไม่ตรงกันเกิดมากมายในทางความข้องเกี่ยวที่สร้างความก้าวหน้าผู้แสดงอีกทั้งความรู้สึกในใจของเวนส์เดย์ที่ต้องการเป็นตัวเองแล้วก็ไม่ยอมรับการเปลี่ยนเป็นกลอุบายตกใกล้ต้นใต้เงาบางทีอาจสะดุดตาของผู้เป็นแม่ที่สวมบทบาทโดย แคทเธอรีน เซตา โจนส์ (Catherine Zeta-Jones) ความรู้สึกไม่ต้องการเศร้าใจอย่างเวลาที่สูญเสียสัตว์เลี้ยงตัวแรกในวัยเด็กกระทั่งเปลี่ยนเป็นความรู้สึกไม่ต้องการที่จะอยากใกล้ชิดหรือผูกมัดกับผู้ใดกันเลยในตอนโต ซึ่งพอดีว่าเวนส์เดย์อยู่ในวัยที่จำต้องเกี่ยวพันเรื่องเพื่อนฝูง คู่รัก รักสามเส้าพอดิบพอดีอีก รวมทั้งความรู้สึกอยู่วงนอกถูกว่าเป็นพวกแปลกนอกคอกแม้กระทั้งในสังคมของพวกเด็กแปลกร่วมกัน มันทำให้พวกเราเสมือนโตไปพร้อมเวนส์เดย์ ไม่ค่อยสบายใจ ว้าวุ่นใจ แล้วก็เอาใจช่วยให้คุณพ้นไปได้ด้วยดี

ในเวลาเดียวกันความไม่ลงรอยกันข้างนอกนักแสดงที่เป็นส่วนผลักดันเรื่องราวก็มิได้น่าระอาหรือเยิ่นเย้อเลย เป็นการใส่เงื่อนปัญหาที่น่าติดตามมาตั้งแต่ต้น ทั้งยังการลอบทำร้ายเวนส์เดย์จากบุคคลลึกลับ ปัญหาสัมพันธ์ลับโบราณที่แอบในสถานศึกษา ซาตานในป่าที่ออกฆ่าผู้คนกระทั่งสุมไฟลงกองน้ำมันที่ความเกลียดชังแม้กระนั้นเริ่มแรกระหว่างคนเมืองที่เป็นคนเดินดิน (ที่ในเรื่องเรียกว่าพวกนอร์มมี) กับพวกบุคคลภายนอกคอกที่มีพลังพิเศษในสถานที่เรียน (ที่เรียกตัวเองว่าเอาต์ติดอยู่สต์) เปลี่ยนเป็นข้อความสำคัญใหญ่กระทั่งราวกับเวนส์เดย์จำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่ซูเปอร์ฮีโรผสมสายลับไปไม่รู้ตัว
อีกทั้งปัญหาวิวัฒนาการนักแสดงเสมือนหนังรักวัยรุ่น และก็ปัญหาวิวาทในสังคมที่เคร่งเคลียดผูกปัญหาเยอะแยะ ทำให้ซีรีส์มีความระทึกใจ หลากรส แล้วก็กลมกล่อมละมุนละไมน่าติดตามเอาสุดๆที่สำคัญมากเป็นบทพูดต่อปากหลากคำหรือบาดใจกันนั้นบันเทิงใจและก็บางประโยคก็เชิญสะอึกไปทีเดียวเมื่อมองดูกลับมายังปัญหาด้านสังคมบ้านพวกเรา ประกอบกับความยาว 8 ตอนของซีรีส์มันพอดิบพอดีไม่มากมายไม่น้อยกับรายละเอียดด้วย เป็นซีรีส์ที่มองรวดเดียวจบได้ไม่ติดอะไรเลย สามารถเข้าไปรับชมเรื่องราวสุดสนุกจิ้มได้ที่นี่เลย Wednesday เวนส์เดย์ (2022)

Wednesday เวนส์เดย์ (2022)